บทที่ 3 3
"ข้อแรก เราจะแยกห้องนอนกัน ฉันจะให้คนไปจัดเตรียมห้องนอนแขกที่ปีกซ้ายของบ้านให้เธอ ห้ามเธอเข้ามาก้าวก่ายในพื้นที่ส่วนตัวของฉันเด็ดขาด ข้อสอง เวลาอยู่ต่อหน้าปู่หรือคนอื่น เธอต้องทำตัวเป็นภรรยาที่ดี แต่เวลาอยู่กันสองคน เธอคือคนแปลกหน้าที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันเท่านั้น ข้อสาม ฉันจะให้เงินเดือนเธอในฐานะที่ต้องมาดูแลความเรียบร้อยของบ้านเดือนละห้าหมื่นบาท ถือว่าเป็นค่าจ้างสำหรับความน่ารำคาญก็แล้วกัน"
ติณณภพพูดจบก็จ้องหน้าเธอเพื่อรอคอยปฏิกิริยา เขาหวังจะได้เห็นความโกรธ ความน้อยใจ หรือน้ำตาจากผู้หญิงหน้าเงินคนนี้ แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงใบหน้าเรียบเฉยและดวงตากลมโตที่มองมาอย่างไม่สะทกสะท้าน
"ตกลงค่ะ รันยอมรับกฎทุกข้อของคุณติณณ์" ภรันยาตอบรับเสียงใส ไม่มีแววของความประชดประชันหรือเสียใจแม้แต่น้อย "แต่รันขอเพิ่มอีกข้อได้ไหมคะ ในเมื่อคุณติณณ์ให้เงินเดือนรันห้าหมื่นบาทในฐานะแม่บ้านและคนดูแลความเรียบร้อย รันก็ขอให้คุณติณณ์แยกบัญชีค่าใช้จ่ายในบ้านออกมาต่างหากด้วยค่ะ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร และของใช้ส่วนตัวของคุณติณณ์ รันจะได้จัดการเบิกจ่ายจากบัญชีนั้นโดยตรง ไม่ต้องไปรบกวนเงินเดือนที่คุณติณณ์ให้"
ติณณภพชะงักไปเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าเธอจะต่อรองเรื่องเงินได้อย่างหน้าตาเฉยและมีเหตุผลจนเขาเถียงไม่ออก ความหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมาในอกอีกครั้ง ผู้หญิงคนนี้หน้าเงินสมคำร่ำลือจริงๆ แค่เงินห้าหมื่นยังไม่พอ ยังจะมาขอแยกบัญชีค่าใช้จ่ายอีก
"ได้ ฉันจะให้เลขาโอนเงินเข้าบัญชีค่าใช้จ่ายส่วนกลางเดือนละแสน อยากจะซื้ออะไรก็จัดการเอาเอง อย่ามาวุ่นวายขอเงินฉันจุกจิกก็แล้วกัน" เขาตอบปัดอย่างรำคาญก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "ฉันจะไปทำงาน หวังว่าตอนเย็นกลับมาบ้านหลังนี้จะไม่มีเรื่องอะไรให้ฉันต้องปวดหัวอีก"
"เดินทางปลอดภัยนะคะคุณติณณ์" ภรันยากล่าวคำอำลาตามมารยาทด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา
ติณณภพแค่นเสียงหึในลำคอก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องอาหาร เสียงประตูรถยนต์ยุโรปคันหรูถูกปิดลงดังสนั่น ตามด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่แล่นห่างออกไปจนพ้นบริเวณคฤหาสน์
เมื่อแน่ใจว่าติณณภพออกไปพ้นแล้ว ภรันยาจึงถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ ร่างบางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง การต้องสวมหน้ากากทำตัวเข้มแข็งต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนั้นช่างสูบพลังงานชีวิตของเธอไปเสียเหลือเกิน
หญิงสาวมองชามข้าวต้มปลาที่เย็นชืดและผ้าปูโต๊ะที่เลอะเทอะด้วยสายตาปลงตก เธอจัดการลุกขึ้นเก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อย เทข้าวต้มแสนอร่อยทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ไยดี นำผ้าปูโต๊ะไปแช่น้ำยาซักผ้า และจัดการทำความสะอาดห้องครัวจนกลับมาเงางามเหมือนเดิม
หลังจากจัดการงานบ้านเสร็จเรียบร้อย ภรันยาก็เดินขึ้นไปยังห้องนอนแขกที่ปีกซ้ายของบ้านตามคำสั่งของติณณภพ ห้องนี้แม้จะเล็กกว่าห้องนอนใหญ่แต่ก็ตกแต่งอย่างสวยงามและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เธอจัดการขนย้ายเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวจากกระเป๋าเดินทางเข้าไปจัดเก็บในตู้เสื้อผ้าอย่างเป็นระเบียบ
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ภรันยาก็เดินไปที่โต๊ะทำงานริมหน้าต่าง หยิบแล็ปท็อปคู่ใจขึ้นมาเปิดเครื่อง นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่วเพื่อล็อกอินเข้าสู่ระบบบัญชีซื้อขายหุ้นออนไลน์ของตัวเอง
หน้าจอแสดงกราฟสีเขียวและสีแดงสลับกันไปมา ตัวเลขพอร์ตการลงทุนของเธอปรากฏขึ้นด้วยมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นจากเดิมหลายเปอร์เซ็นต์ ภรันยาแย้มรอยยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกของวัน รอยยิ้มที่มาจากความสุขและความภูมิใจในตัวเองอย่างแท้จริง
ใครจะรู้ว่าผู้หญิงที่ติณณภพตราหน้าว่าหน้าเงินและหวังเกาะเขากิน จะเป็นถึงนักลงทุนอิสระที่มีพอร์ตหุ้นมูลค่าแปดหลักและยังเป็นเจ้าของร้านค้าออนไลน์ที่นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมาขายจนสร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน
ภรันยาไม่ได้โง่ เธอรู้ดีว่าการแต่งงานที่ปราศจากความรักและความเชื่อใจไม่มีวันยั่งยืน สักวันหนึ่งเมื่อคุณปู่จากไป หรือเมื่อติณณภพหาหนทางบีบบังคับให้เธอหย่าได้สำเร็จ เธอจะต้องถูกอัปเปหิออกจากบ้านหลังนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นเธอจึงต้องเตรียมทางหนีทีไล่และสร้างความมั่นคงให้กับตัวเองไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ
เงินเดือนห้าหมื่นบาทที่เขาให้ เธอจะถือว่าเป็นค่าจ้างสำหรับการเป็นที่รองรับอารมณ์และค่าดูแลบ้าน เธอจะเก็บสะสมมันไว้รวมกับรายได้จากธุรกิจส่วนตัวของเธอ เพื่อสร้าง "กองทุนเพื่ออิสรภาพ" ของตัวเอง
หญิงสาวนั่งตรวจสอบยอดคำสั่งซื้อสินค้าและวิเคราะห์กราฟหุ้นอยู่นานนับชั่วโมง ก่อนจะกดสั่งซื้อหุ้นตัวใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงไปอีกหลายแสนบาท เธอปิดหน้าจอแล็ปท็อปลงแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างที่เห็นสวนดอกไม้กว้างใหญ่ของคฤหาสน์
ชีวิตแต่งงานของเธอเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเพียงแค่วันเดียว แต่กลับให้ความรู้สึกยาวนานราวกับแรมปี เธอไม่รู้ว่าตัวเองจะทนรับมือกับความเย็นชาและถ้อยคำถากถางของติณณภพไปได้อีกนานแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เธอมั่นใจคือ เธอจะไม่ยอมปล่อยให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนแหลกสลายอย่างแน่นอน
ถ้าคุณติณณ์อยากเล่นบทผู้ชายใจร้าย รันก็จะเล่นบทภรรยาผู้แสนเย็นชาให้ดู เรามาดูกันสิคะว่าใครจะทนไม่ไหวก่อนกัน…ภรันยากล่าวท้าทายในใจพร้อมกับแววตาที่เปล่งประกายเด็ดเดี่ยว
ในขณะเดียวกัน ที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ใจกลางเมือง ติณณภพนั่งหน้าเครียดอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แฟ้มเอกสารกองโตตรงหน้าไม่ได้ทำให้เขาสนใจเท่ากับความหงุดหงิดที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจตั้งแต่เช้า
ภาพใบหน้าเรียบเฉยและแววตาว่างเปล่าของภรันยาตอนที่เขาสาดน้ำซุปใส่ หรือตอนที่เธอต่อรองเรื่องเงินอย่างมีเหตุผล มันช่างกวนใจเขาเสียเหลือเกิน เขาเกลียดที่เธอไม่ฟูมฟาย เกลียดที่เธอทำเหมือนคำพูดของเขาเป็นแค่ลมปาก และเกลียดที่สุดคือความรู้สึกแปลกๆ ที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกตอนที่เห็นเธอหันหลังเดินจากไปอย่างไม่ไยดี
"ท่านประธานคะ คุณนิชามาขอพบค่ะ" เสียงอินเตอร์คอมจากเลขาหน้าห้องดังขึ้นขัดจังหวะความคิด
ติณณภพขมวดคิ้วเล็กน้อย นิชาคืออดีตคนรักที่เขาคบหามาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่เธอเลือกที่จะทิ้งเขาไปเรียนต่อต่างประเทศและแต่งงานกับมหาเศรษฐีชาวต่างชาติ ทว่าหลังจากที่สามีของเธอเสียชีวิต เธอก็กลับมาเมืองไทยและพยายามเข้ามาสานสัมพันธ์กับเขาอีกครั้ง
"ให้เข้ามา" เขาตอบกลับเสียงเรียบ
ประตูห้องทำงานเปิดออกพร้อมกับร่างระหงของนิชาในชุดเดรสสีแดงรัดรูปที่ก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่ามั่นใจ ใบหน้าสวยเฉี่ยวถูกแต่งแต้มอย่างประณีต เธอเดินตรงเข้ามาหาเขาพร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานหยดย้อย
"ติณณ์คะ นิชาคิดถึงคุณจังเลยค่ะ" นิชาเอ่ยเสียงหวานพร้อมกับเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาสวมกอดเขาจากด้านหลัง "งานแต่งงานเมื่อวานเหนื่อยไหมคะ นิชาสงสารคุณจังที่ต้องมาทนแต่งงานกับผู้หญิงจืดชืดแบบนั้นเพราะคำสั่งของคุณปู่"
ติณณภพไม่ได้ผลักไสแต่ก็ไม่ได้กอดตอบ เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเบี่ยงตัวออกจากการเกาะกุมของเธอเบาๆ
"ผมมีงานต้องเคลียร์เยอะ คุณมีธุระอะไรหรือเปล่านิชา" เขาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
นิชาชะงักไปเล็กน้อยที่เขาดูห่างเหิน แต่เธอก็ปรับสีหน้าให้กลับมายิ้มแย้มอย่างรวดเร็ว "นิชาแค่แวะมาหาเพราะเป็นห่วงคุณค่ะ นิชารู้ว่าคุณไม่มีความสุขกับผู้หญิงคนนั้น นิชาแค่อยากบอกว่านิชายังรอคุณอยู่นะคะ รอวันที่คุณเป็นอิสระและเราจะได้กลับมารักกันเหมือนเดิม"
คำว่า 'กลับมารักกันเหมือนเดิม' ทำให้ติณณภพรู้สึกสะดุดในใจ เขาเคยคิดว่าเขารักนิชามาก และโกรธแค้นภรันยาที่เข้ามาแย่งตำแหน่งภรรยาไป แต่พอเอาเข้าจริง ตอนนี้เขากลับไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือโหยหาสัมผัสจากนิชาเหมือนเมื่อก่อนเลย
"เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะนิชา ตอนนี้ผมเพิ่งแต่งงาน ขืนเราทำอะไรประเจิดประเจ้อ คุณปู่คงไม่ปล่อยผมไว้แน่" ติณณภพหาข้ออ้างเพื่อตัดบท
นิชากัดริมฝีปากอย่างขัดใจ แต่ก็รู้ดีว่าไม่ควรเซ้าซี้จนเขาหงุดหงิด "ก็ได้ค่ะ นิชาจะรอ แต่คุณต้องรีบจัดการหย่ากับยัยเด็กกาฝากนั่นให้เร็วที่สุดนะคะ นิชาไม่อยากให้ผู้หญิงระดับล่างแบบนั้นมาชูคอเป็นนายหญิงของบ้านคุณ"
ติณณภพขบกรามแน่นเมื่อได้ยินคำดูถูกจากปากนิชา ภาพของภรันยาที่ยืนทำข้าวต้มปลาให้เขาตั้งแต่เช้าตรู่ผุดขึ้นมาในหัว แม้เขาจะเกลียดเธอ แต่เขาก็ยอมรับว่าภรันยาวางตัวได้ดีและไม่เคยทำตัวต่ำต้อยอย่างที่นิชากล่าวหา
"ผมจัดการเรื่องของผมเองได้ คุณกลับไปก่อนเถอะนิชา ผมมีประชุมต่อ" เขาเอ่ยปากไล่กลายๆ
นิชากระทืบเท้าเบาๆ อย่างขัดใจ แต่ก็จำต้องยอมถอยไปก่อน "งั้นเย็นนี้นิชาไปทานข้าวที่บ้านคุณนะคะ นิชาอยากไปดูว่าเรือนหอของคุณสวยแค่ไหน"
"อย่าเพิ่งเลย ช่วงนี้ผมยุ่งๆ ไว้โอกาสหน้าก็แล้วกัน" ติณณภพปฏิเสธทันควันโดยไม่รู้สาเหตุ เขาแค่รู้สึกว่าไม่อยากให้นิชาเข้าไปวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัวที่มีภรันยาอาศัยอยู่
นิชาหน้าเสียไปทันที เธอเดินปึงปังออกจากห้องทำงานไปอย่างไม่สบอารมณ์ ทิ้งให้ติณณภพนั่งขมวดคิ้วอยู่กับตัวเอง
เขาเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างเหนื่อยล้า พยายามปัดเรื่องน่าปวดหัวทุกอย่างทิ้งไปแล้วก้มหน้าทำงานต่อ แต่ภาพใบหน้าเรียบเฉยและแววตาเด็ดเดี่ยวของภรันยากลับวนเวียนอยู่ในหัวเขาตลอดทั้งวัน ราวกับเป็นเงาตามตัวที่สลัดอย่างไรก็ไม่หลุด
